ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สมนกททชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
142

สมนกททชาดก

Buddha24 AIเอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

สมนกททชาดก

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งเต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ ร่มรื่นด้วยเงาไม้ใหญ่ มีลำธารใสไหลรินลอดผ่านโขดหิน ปรากฏกายของพระโพธิสัตว์ผู้ทรงบำเพ็ญเพียรอย่างยิ่งยวด ในชาติภพนี้ พระองค์ทรงจุติเป็น นกสัตตบุรุษ หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สมนกทท ซึ่งหมายถึง "ผู้ให้หน่อ" อันเป็นสมญานามที่บ่งบอกถึงคุณธรรมอันประเสริฐที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญมาโดยตลอด

นกสัตตบุรุษมีขนสีเหลืองอร่ามราวทองคำ ดวงตาแจ่มใสแวววาวราวเพชร เป็นนกที่มีรูปลักษณ์สง่างามน่าเกรงขาม แต่ทว่าก็เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมอันไร้ขอบเขต อาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร ลำธารสายนี้เป็นแหล่งน้ำสำคัญของสรรพสัตว์ทั้งปวงในป่าแห่งนี้

ในป่านั้น มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า อัคคิทัตตะ เป็นพราหมณ์ผู้มีใจบาป หยาบคาย และมักใหญ่ใฝ่สูง เขาอาศัยอยู่กับภรรยาผู้โหดเหี้ยมและไร้ความเมตตา พราหมณ์อัคคิทัตตะมีความโลภมาก ต้องการทรัพย์สมบัติเงินทองมากมายเพื่อปรนเปรอตนเองและภรรยา แม้จะมีชีวิตที่พอเพียงอยู่แล้วก็ตาม

วันหนึ่ง พราหมณ์อัคคิทัตตะได้ความคิดชั่วร้ายขึ้นมา เขาได้ยินกิตติศัพท์เล่าลือเกี่ยวกับนกสัตตบุรุษว่าเป็นนกวิเศษ มีขนสวยงามราวทองคำ หากใครสามารถจับตัวมันได้ ก็จะสามารถนำขนของมันไปขายเป็นเงินทองได้มหาศาล ความโลภได้ครอบงำจิตใจของเขาจนมืดบอด

พราหมณ์อัคคิทัตตะจึงวางแผนการอันแยบยล เขาได้เตรียมเครื่องมือล่าสัตว์นานาชนิด และเดินทางเข้าไปในป่าเพื่อตามหานกสัตตบุรุษ เขาเดินป่าเป็นเวลาหลายวัน จนกระทั่งได้พบต้นไม้ใหญ่ที่นกสัตตบุรุษอาศัยอยู่

เมื่อเห็นนกสัตตบุรุษอยู่บนกิ่งไม้ พราหมณ์อัคคิทัตตะก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจ เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง แต่ด้วยความที่จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความโลภและมุ่งร้าย นกสัตตบุรุษผู้มีทิพยญาณอันแก่กล้า ย่อมเล็งเห็นถึงเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ของพราหมณ์

ในขณะที่พราหมณ์กำลังจะยื่นบ่วงออกไปจับ นกสัตตบุรุษก็ส่งเสียงร้องเตือน

"ท่านพราหมณ์! เหตุไฉนท่านจึงมาสู่ที่นี้ด้วยจิตใจอันขุ่นมัวเช่นนี้?"

พราหมณ์อัคคิทัตตะตกใจเล็กน้อย แต่ก็รีบตั้งสติแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูเป็นมิตร

"โอ้ ท่านนกผู้ประเสริฐ ข้าพเจ้ามาที่นี่ด้วยความเคารพ ท่านมีชื่อเสียงเลื่องลือว่างามสง่า ข้าพเจ้าเพียงต้องการมาชื่นชมในความงามของท่านเท่านั้น"

นกสัตตบุรุษมองพราหมณ์ด้วยสายตาที่รับรู้ถึงความจริง

"ท่านพราหมณ์ ท่านอย่าได้หลอกลวงข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้ารู้ถึงเจตนาอันแท้จริงของท่าน ท่านประสงค์จะจับข้าพเจ้าเพื่อนำขนไปขายใช่หรือไม่?"

เมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา พราหมณ์อัคคิทัตตะก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เขาจึงสารภาพออกมาตามตรง

"จริงอย่างที่ท่านว่า ข้าพเจ้าเป็นคนยากจน ข้าพเจ้าหวังว่าหากได้ขนของท่านไปขาย จะนำเงินมาจุนเจือครอบครัวให้สุขสบายขึ้น"

นกสัตตบุรุษฟังดังนั้น ก็ได้แต่ถอนหายใจแผ่วเบา

"ความโลภนั้นเป็นเหมือนเงาตามตัว จะนำพาซึ่งความเดือดร้อนมาให้แก่ผู้ที่ยึดติด ท่านจงฟังข้าพเจ้า หากท่านต้องการทรัพย์สินเงินทอง ข้าพเจ้าจะให้ แต่ไม่ใช่ด้วยการเบียดเบียนชีวิตข้าพเจ้า"

พราหมณ์อัคคิทัตตะตาโตด้วยความดีใจ เขารีบกล่าว

"จริงหรือท่านนกผู้ประเสริฐ! ท่านจะให้สิ่งใดแก่ข้าพเจ้า?"

นกสัตตบุรุษขยับปีกเล็กน้อย และในพริบตา ขนสีทองอร่ามจำนวนหนึ่งก็ได้ร่วงหล่นลงมาที่พื้นเบื้องล่าง ขนเหล่านั้นส่องประกายระยิบระยับราวกับทองคำที่ถูกขัดเงา

"นี่คือขนของข้าพเจ้า จงเก็บไป จงนำไปขาย แล้วท่านจะได้ทรัพย์สินเงินทองสมปรารถนา แต่จงจำไว้ว่า ทรัพย์สินที่ได้มาจากการเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมไม่จีรังยั่งยืน"

พราหมณ์อัคคิทัตตะดีใจจนเนื้อเต้น เขารีบก้มลงเก็บขนสีทองเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว แล้วกล่าวขอบคุณนกสัตตบุรุษอย่างออกนอกหน้า ก่อนจะรีบมุ่งหน้ากลับบ้าน

เมื่อกลับถึงบ้าน พราหมณ์อัคคิทัตตะได้นำขนเหล่านั้นไปขายให้กับพ่อค้าทองคำ ซึ่งพ่อค้าก็แปลกใจในความงามของขน แต่ก็ยอมซื้อในราคาที่สูงมาก พราหมณ์ได้รับเงินทองจำนวนมหาศาล ซึ่งมากกว่าที่เขาเคยมีมาตลอดชีวิต

พราหมณ์อัคคิทัตตะนำเงินทองไปให้ภรรยา ภรรยาของเขามีความสุขมากกับทรัพย์สมบัติที่ได้มา และยิ่งกระตุ้นให้พราหมณ์อยากได้อีก

ในวันต่อมา พราหมณ์อัคคิทัตตะก็นึกถึงนกสัตตบุรุษอีกครั้ง เขาคิดว่า หากได้ขนของมันมาอีก ก็จะมีทรัพย์สินเพิ่มพูน เขาจึงรีบกลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง พร้อมกับเครื่องมือล่าสัตว์อันตราย

เมื่อไปถึงต้นไม้ที่นกสัตตบุรุษอาศัยอยู่ เขาก็พบว่านกสัตตบุรุษกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนกิ่งไม้

พราหมณ์อัคคิทัตตะตะโกนขึ้น

"ท่านนก! ข้ากลับมาแล้ว! จงมอบขนของท่านให้แก่ข้าอีกครั้ง!"

นกสัตตบุรุษมองลงมาด้วยความผิดหวัง

"ท่านพราหมณ์ เหตุใดท่านจึงไม่รู้จักพอ? ข้าพเจ้าได้ให้แก่ท่านไปแล้ว เหตุไฉนท่านยังกลับมาอีกด้วยจิตใจที่โลภโมโทสัน?"

พราหมณ์อัคคิทัตตะไม่ฟังเสียงใดๆ อีก เขาพยายามยิงธนูอาบยาพิษใส่นกสัตตบุรุษ

แต่ด้วยบารมีของพระโพธิสัตว์ ธนูนั้นกลับพลิกผันไปโดนต้นไม้แทน

นกสัตตบุรุษเห็นดังนั้น ก็รู้ว่าพราหมณ์ผู้นี้ไม่มีทางกลับตัวกลับใจได้ จึงตัดสินใจที่จะสั่งสอนเขา

"ท่านพราหมณ์! ความโลภของท่านนั้นร้ายกาจยิ่งนัก ท่านกำลังจะนำพาหายนะมาสู่ตนเอง"

ขณะที่พราหมณ์กำลังจะยิงธนูอีกครั้ง นกสัตตบุรุษก็กระพือปีก และทันใดนั้น พลุก็ได้ร่วงหล่นลงมาจากกิ่งไม้

พลุนั้นไม่ใช่พลุธรรมดา แต่เป็นพลุที่เต็มไปด้วยหน่อของดอกบัวสีทอง เมื่อพลุแตกออก หน่อดอกบัวสีทองก็ได้โปรยปรายลงมาทั่วบริเวณ

พราหมณ์อัคคิทัตตะเห็นดังนั้น ก็เกิดความสงสัย

"นี่มันคืออะไรกัน?"

นกสัตตบุรุษกล่าว

"นี่คือหน่อของบัวทอง ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความเจริญรุ่งเรือง หากใครได้ครอบครอง ก็จะนำมาซึ่งความสุขความเจริญ แต่ท่านผู้มีจิตใจโลภ หากท่านพยายามครอบครองสิ่งใดด้วยความไม่บริสุทธิ์ สิ่งนั้นก็จะกลายเป็นอันตรายต่อท่าน"

ทันใดนั้นเอง พราหมณ์อัคคิทัตตะ ก็ได้ก้าวเข้าไปเหยียบหน่อบัวทองเหล่านั้น

เมื่อเขาเหยียบลงไป หน่อบัวทองเหล่านั้นก็กลับกลายเป็นหนามแหลมคม พุ่งแทงเข้าที่เท้าของเขา

พราหมณ์อัคคิทัตตะร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

"โอ๊ย! อะไรกันนี่! เจ็บเหลือเกิน!"

หนามแหลมคมเหล่านั้นได้แทงทะลุเท้าของเขา ทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้

ขณะที่เขากำลังเจ็บปวด นกสัตตบุรุษก็กล่าว

"ท่านพราหมณ์ นี่คือผลกรรมจากการกระทำของท่าน ความโลภของท่านทำให้ท่านไม่รู้จักพอ และนำมาซึ่งความเดือดร้อน จงจำไว้ว่า การเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์"

พราหมณ์อัคคิทัตตะได้แต่ร้องคร่ำครวญด้วยความเสียใจ เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เท้า และความเจ็บปวดที่จิตใจ

นกสัตตบุรุษเห็นดังนั้น ก็อดสงสารไม่ได้

"ข้าพเจ้าจะช่วยท่าน แต่ท่านต้องสาบานว่าจะไม่กลับมาเบียดเบียนผู้ใดอีก"

พราหมณ์อัคคิทัตตะรีบกล่าว

"ข้าพเจ้าสาบาน! ข้าพเจ้าจะไม่กลับมาเบียดเบียนใครอีก ขอท่านโปรดช่วยข้าพเจ้าด้วย!"

นกสัตตบุรุษจึงกระพือปีกอีกครั้ง หน่อบัวทองเหล่านั้นก็กลับกลายเป็นหน่อบัวอ่อนนุ่ม และหลุดออกจากเท้าของพราหมณ์

พราหมณ์อัคคิทัตตะค่อยๆ ลุกขึ้นยืน รู้สึกเจ็บที่เท้าเล็กน้อย แต่ก็ดีใจที่รอดพ้นจากอันตราย

นกสัตตบุรุษกล่าว

"จงกลับไปบ้านของท่าน และจงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในการทำความดี จงช่วยเหลือผู้อื่น และจงรู้จักพอ"

พราหมณ์อัคคิทัตตะน้อมรับคำสอนด้วยความเคารพ เขากล่าวขอบคุณนกสัตตบุรุษอีกครั้ง และรีบเดินทางกลับบ้าน

นับแต่นั้นมา พราหมณ์อัคคิทัตตะก็กลับตัวกลับใจ เขาเลิกจากความโลภ และหันมาช่วยเหลือผู้อื่น เขาใช้ทรัพย์สินที่ได้มาจากการขายขนไปทำบุญ และใช้ชีวิตอย่างสมถะ

ส่วนนกสัตตบุรุษ ก็ยังคงอาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร คอยให้ความช่วยเหลือแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย และเป็นแบบอย่างแห่งความเมตตาธรรม

คติธรรม

ความโลภไม่เคยนำพามาซึ่งความสุขที่แท้จริง การเบียดเบียนผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ และการรู้จักพอเพียงคือหนทางสู่ความสงบสุข

บารมีที่บำเพ็ญ

ในชาตินี้ พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญ ทานบารมี โดยการสละขนของตนเอง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์ยาก และทรงบำเพ็ญ เมตตาบารมี โดยการให้อภัยและช่วยเหลือแม้กระทั่งผู้ที่คิดร้ายต่อพระองค์

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความโลภไม่เคยนำพามาซึ่งความสุขที่แท้จริง การเบียดเบียนผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ และการรู้จักพอเพียงคือหนทางสู่ความสงบสุข

บารมีที่บำเพ็ญ: ในชาตินี้ พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญ ทานบารมี โดยการสละขนของตนเอง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์ยาก และทรงบำเพ็ญ เมตตาบารมี โดยการให้อภัยและช่วยเหลือแม้กระทั่งผู้ที่คิดร้ายต่อพระองค์

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สัตตบุรุษชาดก
101เอกนิบาต

สัตตบุรุษชาดก

สัตตบุรุษชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นกาสี พระโพธิสัตว์เจ้า...

💡 การเป็น "สัตบุรุษ" หรือผู้ประเสริฐ คือการมีคุณธรรม 7 ประการ ได้แก่ การให้ทาน, การรักษาศีล, ความเพียร, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และการไม่พยาบาท เมื่อเราประพฤติตนเป็นสัตบุรุษ เราจะไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากความทุกข์ แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ และนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมโดยรวมได้

กุมารชาดก
368ปัญจกนิบาต

กุมารชาดก

กุมารชาดก กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นกุมารผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพบุต...

💡 เรื่องกุมารชาดกนี้ สอนให้เราเห็นว่า แม้ในยามที่เผชิญหน้ากับอันตราย หรือผู้ที่เหนือกว่า เราไม่ควรหมดหวัง แต่ควรใช้สติปัญญาและความฉลาดในการแก้ไขปัญหา การใช้กำลังเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถเอาชนะได้เสมอไป แต่ไหวพริบและความคิดที่รอบคอบสามารถช่วยให้เรารอดพ้นจากภัยอันตรายได้

โภชนทายกชาดก (เรื่องพระพุทธเจ้าทรงเป็นเศรษฐี)
413สัตตกนิบาต

โภชนทายกชาดก (เรื่องพระพุทธเจ้าทรงเป็นเศรษฐี)

โภชนทายกชาดก (เรื่องพระพุทธเจ้าทรงเป็นเศรษฐี) ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นมหานครที่รุ่งเรือง เศรษฐีผู้หนึ่...

💡 การบริจาคทาน การช่วยเหลือผู้อื่น แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ได้ เมื่อจิตใจตั้งมั่นอยู่บนความไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญในชีวิต

อัชชุคชาดก
285ติกนิบาต

อัชชุคชาดก

อัชชุคชาดกณ แคว้นมคธ เมืองหลวงที่รุ่งเรือง มีนักปราชญ์ผู้หนึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งปวง เขาเป็น...

💡 ใจเป็นสิ่งที่รวดเร็วที่สุดเมื่อปราศจากกิเลส แต่เป็นสิ่งที่ช้าที่สุดเมื่อถูกกิเลสครอบงำ

สารภังคชาดก
425อัฏฐกนิบาต

สารภังคชาดก

สารภังคชาดกในอดีตกาล ณ เมืองมิถิลา อันเป็นราชธานีที่เจริญรุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงพระนามว่า 'พระเจ้า...

💡 ความรัก ความกตัญญู และความเพียร สามารถเอาชนะอุปสรรคได้

โสณนันทชาดก
359ปัญจกนิบาต

โสณนันทชาดก

โสณนันทชาดกนานมาแล้ว ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ และทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อสะสมบารมี ครั้...

💡 การสำนึกผิดและกลับตัวกลับใจ คือจุดเริ่มต้นของการสร้างชีวิตใหม่ที่ดีงาม

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว